ขณะที่หลายคนตื่นเต้นรอคอยการกลับมาของกระเป๋า Baguette ที่เข้ายึดครองพื้นที่ในใจสาวมีสไตล์นับล้าน มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1997 การก้าวเดินผ่านประตูกระจกบานใหญ่สู่ ‘โลกของ Fendi’ ภายใต้รูปแบบนิทรรศการ ‘Fatto a Mano for the Future’ ซึ่งจัดขึ้น ณ ร้านเฟนดิ ดิ เอ็มโพเรียมช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์เมื่อต้นปีนี้ก็ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้อย่างทวีคูณ นิทรรศการพิเศษที่เฟนดิจัดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้สะท้อนความเป็น Fendi ไว้ครบถ้วน ทั้งเรียบง่ายและสนุกสนานกลิ่นอายขบถจางๆ ถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายของแนวผนังและชั้นวางสินค้าซึ่งถูกออกแบบอย่างมีชั้นเชิงคล้ายกับว่าร้านเฟนดิแห่งนี้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นห้องทำงานของช่างเย็บหนังมืออาชีพของเฟนดิไปโดยปริยาย
ดังจะเห็นได้จากโต๊ะตัวโปร่งซึ่งจัดวางวัสดุอุปกรณ์น้อยใหญ่ตั้งแต่ ไขควง กรรไกร เข็ม แกนด้าย เรื่อยไปจนถึงเครื่องเจาะ เครื่องตัดสารพัดรูปแบบ ผืนหนังลูกวัวชิ้นใหญ่ยักษ์ถูกนำมาพาดวางข้ามแนวโต๊ะก่อนจะห้อยลงไปกองรวมกันอยู่เบื้องล่าง ไม่ไกลกันชายหนุ่มสองคนกำลังลงมือสาธิตวิธีการสร้างสรรค์ผลงานในสไตล์ Fendi ให้แฟนๆ ยลเป็นขวัญตา หนุ่มคนแรกเป็นชาวอิตาเลียนซื่อสเตฟาโน ดาลา กัชชา ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหนัง อีกหนึ่งหนุ่มคืออานนท์ ไพโรจน์นักออกแบบคลื่นลูกใหม่ นิทรรศการ Fatto a Mona for the Future จัดขึ้น ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ก่อนจะเดินทางไปจัดแสดงที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา อังกฤษ จีน สิงคโปร์ และเกาหลี แนวคิดหลักของนิทรรศการ นั้นอยู่ที่การผสมผสานศิลปะการผลิตเครื่องหนังและงานแมือชั้นเลิศของอิตาลีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบเจ้าถิ่นจากประเทศนั้นๆ ด้วยวัสดุหนังพิเศษของ Fendi ที่เรียกกันว่า ‘เชลเลเรีย (Selleria)’